จุฑาทิพย์ บัวทอง
JUTATHIP BUATHONG
วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556
วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555
โครงงานคณิตศาสตร์
บทคัดย่อ
โครงงานคณิตศาสตร์
เรื่อง “มหัศจรรย์พื้นที่ใบไม้ กับ GEOBOARD โดยทฤษฎีของ Pick”
จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาวิธีการหาพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยมบน GEOBOARD โดยทฤษฎีของ Pickจากความรู้ที่ได้จึงนำมาสู่การประยุกต์ ในการหาพื้นที่ใบไม้
ผู้จัดทำโครงงานได้ศึกษาเปรียบเทียบขนาดของพื้นที่ใบไม้ ที่ได้จากการคำนวณโดยวิธีการนับตาราง GEOBOARD กับวิธีการหาพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยมบน GEOBOARD โดยทฤษฎีของ Pick จากการทดลอง
นำใบไม้มาวางใต้แผ่นใสตาราง GEOBOARD แล้วนับพื้นที่โดยวิธีการนับตาราง
เปรียบเทียบกับวิธีการตัดส่วนโค้งใบไม้ให้มีรูปทรงเป็นรูปหลายเหลี่ยม เเล้วใช้การคำนวณในการหาพื้นที่โดยทฤษฎีของ Pick ผลปรากฏว่า ค่าของพื้นที่ด้วยวิธีการทั้งสอง มีค่าใกล้เคียงกัน โดยมีค่าความแตกต่างไม่เกิน 1 ตารางเซนติเมตร
วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วิจัยคณิตศาสตร์ ม.2
ชื่อเรื่อง ผลของการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะการหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยม ของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทุ่งคา “บุณยขจรประชาอาสา” โดยใช้ที่คันหนังสือช่วยจำ
ปัญหาและสาเหตุ
จากการเรียนการสอนในชั้นเรียนเรื่องการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ผู้วิจัยได้พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 20 คน ไม่คิดคำนวณหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมได้ เนื่องจากไม่สามารถบอกสูตรของการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมได้ ผู้วิจัยจึงได้คิดหาวิธีการที่จะทำให้นักเรียนจดจำสูตรพื้นที่สี่เหลี่ยมและสามารถคิดคำนวณหาพื้นที่ได้ โดยให้นักเรียนจัดทำที่คั่นหนังสือช่วยจำ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อให้นักเรียนจดจำสูตรพื้นที่สี่เหลี่ยมได้
2. เพื่อให้นักเรียนสามารถคิดคำนวณหาพื้นที่สี่เหลี่ยมได้
3. เพื่อบูรณาการงานศิลปะกับวิชาคณิตศาสตร์
4. เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ให้แก่นักเรียน มีความกระตือรือร้นในการเรียน
วิธีการวิจัย
1. กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554
จำนวน 20 คน
2. วิธีการและนวัตกรรมที่ใช้
2.1 จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาทักษะการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม ดังนี้
- ให้นักเรียนหาข้อมูลสูตรพื้นที่สี่เหลี่ยมจากแหล่งเรียนรู้ที่นักเรียนรู้จัก เช่น หนังสือใน
ห้องสมุด สืบค้นจากอินเทอร์เน็ต สอบถามจากเพื่อนและครู
- ให้นักเรียนจัดทำที่คั่นหนังสือ ที่มีสองด้าน ด้านหน้าให้นักเรียนเขียนชื่อ , E-MALL
ด้านหลังเขียนสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม โดยตกแต่งด้วยสีให้สวยงาม
และให้นักเรียนแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบความถูกต้องของสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม
- นักเรียนและครูร่วมกัน หาเทคนิคการจดจำสูตร โดยฝึกให้นักเรียนสังเกตคุณสัมบัติของ
รูปสี่เหลี่ยมต่าง ๆ
- ครูให้นักเรียนฝึกท่องสูตรพื้นที่ โดยวิธีการเพื่อนช่วยเพื่อน
- ครูทำการทดสอบนักเรียน โดยการให้ท่องสูตรการหาพื้นที่กับครูทีละคน
- ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับการหาพื้นที่ คิดคำนวณหาพื้นที่จากง่ายไปยาก
2.2 แบบทดสอบการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม
3. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
1. สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในขณะจัดทำที่คั่นหนังสือ
2. สังเกตผลงานการทำที่คั่นหนังสือ
3. สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน
4. สังเกตการมีส่วนร่วมในการคิดหาเทคนิคในการจดจำสูตรพื้นที่สี่เหลี่ยม
5. คะแนนการท่องสูตรพื้นที่สี่เหลี่ยม
6. รวบรวมข้อมูลจากแบบฝึกหัดการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม
7. รวบรวมข้อมูลจากแบบทดสอบการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
1. สังเกตความถูกต้องและความแม่นยำในการท่องสูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมของนักเรียน
2. วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการคำนวณ จากคะแนนแบบฝึกหัด
3. วิเคราะห์คะแนนจากแบบทดสอบ ทั้งก่อนและหลังร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะการหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยม โดยใช้ค่าเฉลี่ยร้อยละ
5. ช่วงเวลาดำเนินงาน
25 สิงหาคม 2554 – 30 สิงหาคม 2554
6. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
- จากการให้นักเรียนจัดทำที่คั่นหนังสือช่วยจำ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการหาข้อมูล
นักเรียนสามารถจัดทำที่คั่นหนังสือได้ถูกต้องและสวยงาม และจากการให้นักเรียนท่อง
สูตรพื้นที่สี่เหลี่ยม ในครั้งที่ 1 นักเรียน จำนวน 15 คนสามารถท่องได้ แต่นักเรียนจำนวน
5 คน สามารถท่องได้ถูกต้องในครั้งที่ 2
- หลังจากที่นักเรียนสามารถท่องสูตรการหาพื้นที่ได้แล้ว ผู้วิจัยจึงให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด
การหาพื้นที่จากง่าย ไปยาก ซึ่งนักเรียนสามารถคิดคำนวณหาพื้นที่ได้
- จากการวิเคราะห์ข้อมูลของคะแนนแบบทดสอบเรื่องการหาพื้นที่สี่เหลี่ยม
นักเรียนได้คะแนนหลังเรียนมากกว่าก่อนเรียน
สรุปและสะท้อนผล
จากการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะการหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านทุ่งคา “บุณยขจรประชาอาสา” โดยใช้ที่คันหนังสือช่วยจำ พบว่านักเรียนมีความสุขการทำสื่อช่วยจำใช้เอง และนักเรียนสามารถจดจำสูตรของการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมได้ ทำให้สามารถคิดคำนวณเกี่ยวกับการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้อง อีกทั้งนักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์มากยิ่งขึ้น
ข้อเสนอแนะ
1. เพื่อเป็นแนวทางในการช่วยจำ สามารถประยุกต์ใช้ในการเรียนเรื่องอื่นๆ ได้ เช่นพื้นที่ผิวและปริมาตรของนักเรียนชั้นม.3
2. เพื่อให้นักเรียนมีความคงทนในการเรียนรู้ ครูควรเน้นแบบฝึกทักษะควบคู่กับการใช้ที่คั่นหนังสือช่วยจำ
วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วิจัยคณิตศาสตร์ ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ "เด็กไทยไม่ชอบเรียนคณิต"
1.วิจัยเรื่อง ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ "เด็กไทยไม่ชอบเรียนคณิต"
2.ชื่อผู้วิจัย นางสาวจุฑาทิพย์ บัวทอง
3. ปัญหา ในปัจจุบันนักเรียนที่ชอบคณิตศาสตร์มีจำนวนน้อยมาก
นักเรียนส่วนใหญ่มักจะมีอคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ เนื่องจากหลาย
สาเหตุด้วยกัน เช่น เนื้อหาทีครูสอน ยากเกินไป ไม่เหมาะกับ
ผู้เรียน ครูผู้สอนดุเกินไป ไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ามาปรึกษา
นักเรียนส่วนใหญ่มักจะมีอคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ เนื่องจากหลาย
สาเหตุด้วยกัน เช่น เนื้อหาทีครูสอน ยากเกินไป ไม่เหมาะกับ
ผู้เรียน ครูผู้สอนดุเกินไป ไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ามาปรึกษา
หรือซักถามได้หรือนักเรียนมีพื้นฐานที่ไม่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์
จึงไม่เปิดใจรับความรู้ใหม่ ๆ ประกอบกับความก้าวหน้าของ
เทคโนโลยี ทำให้ความสนใจในการคิดน้อยลง ทุกอย่างในการ
คำนวณมักจะพึ่งพาสมองดิจิตอล ทำให้ขาดการคิดเเละนักเรียน
โดยส่วนใหญ่ก็มักจะใช้เวลาว่างไปกับการอยู่กับโลกออนไลน์
ไม่สนใจเรียน ไม่สนใจทำการบ้าน ขาดความต่อเนื่อง
ในการเรียน เนื่องจากคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องฝึกฝน
อยู่เป็นประจำ จากขึ้นง่าย ไปปานกลาง สู่ยาก
จึงไม่เปิดใจรับความรู้ใหม่ ๆ ประกอบกับความก้าวหน้าของ
เทคโนโลยี ทำให้ความสนใจในการคิดน้อยลง ทุกอย่างในการ
คำนวณมักจะพึ่งพาสมองดิจิตอล ทำให้ขาดการคิดเเละนักเรียน
โดยส่วนใหญ่ก็มักจะใช้เวลาว่างไปกับการอยู่กับโลกออนไลน์
ไม่สนใจเรียน ไม่สนใจทำการบ้าน ขาดความต่อเนื่อง
ในการเรียน เนื่องจากคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องฝึกฝน
อยู่เป็นประจำ จากขึ้นง่าย ไปปานกลาง สู่ยาก
4. กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 38 คน
5. ระยะเวลาดำเนินงาน ตลอดปีการศึกษา 2553
6. สถานที่ทดลอง โรงเรียนบ้านทุ่งคา"บุณยขจรประชาอาสา"
7. วิเคราะห์สาเหตุ
ผู้ปกครอง -ไม่มีพื้นฐานความรู้ที่จะสอนลูกได้
-ไม่มีเวลาให้กับลูก
-ไม่มีเวลาให้กับลูก
ครู - ครูไม่มีเทคนิคการสอนที่ดี ครูไม่ใช้สื่อการสอน
ครูไม่วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล
ครูไม่วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล
- ครูมีความรู้ในเนื้อหาที่สอนไม่เพียงพอ
- ครูสอนไม่ตรงวิชาเอก
- ครูสอนไม่ตรงวิชาเอก
- ครูวางตัวเป็นที่เกรงขาม
นักเรียนไม่กล้าเข้ามาปรึกษา
นักเรียนไม่กล้าเข้ามาปรึกษา
- ครูใช้เเบบฝึกหัด เเบบทดสอบที่ยากเกินไป
โรงเรียน โรงเรียนไม่มีการบริหารจัดการที่ดี
ไม่เห็นความสำคัญของสื่ออุปกรณ์
ไม่เห็นความสำคัญของสื่ออุปกรณ์
ขาดสื่อการเรียนการสอน
นักเรียน - นักเรียนมีพื้นฐานที่ไม่ดี นักเรียนไม่สนใจเรียน
นักเรียนขาดวินัยในตนเอง
- ไม่ทำการบ้านส่งผลให้การจัดการเรียนการสอน
ไม่ต่อเนื่องทำให้ไม่เข้าใจในที่สุด
ไม่ต่อเนื่องทำให้ไม่เข้าใจในที่สุด
8. เเนวทางการเเก้ไข
- ทำการวัดเจตคติของผู้เรียนต่อรายวิชาคณิตศาสตร์
เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากด้านใดเป็นส่วนใหญ่
จากตัวนักเรียน จากครู ผู้ปกครอง หรือโรงเรียน
เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากด้านใดเป็นส่วนใหญ่
จากตัวนักเรียน จากครู ผู้ปกครอง หรือโรงเรียน
เพื่อจะได้หาเเนวทางในการเเก้ไข
- สิ่งที่ปรับปรุงที่พัฒนาได้ง่ายที่สุดคือตัวเเปรของครู
เช่น บุคลิคที่ดีของครูสอนคณิต การใช้เทคนิคการ
สอนที่เเปลกใหม่ทันสมัย มีการใช้สื่อการสอน
เช่น บุคลิคที่ดีของครูสอนคณิต การใช้เทคนิคการ
สอนที่เเปลกใหม่ทันสมัย มีการใช้สื่อการสอน
เลือกใช้เเบบฝึกหัดเเละเเบบทดสอบได้ถูกต้องกับ
กลุ่มนักเรียน ศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคลส่งเสริมการ
พัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
กลุ่มนักเรียน ศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคลส่งเสริมการ
พัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
- ขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง ในการช่วยดูเเลนักเรียน
เรื่องการทำการบ้านให้นักเรียนทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ
เรื่องการทำการบ้านให้นักเรียนทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ
9. การดำเนินงาน
- ให้นักเรียนทำเเบบวัดเจตคติวิชาคณิตศาสตร์
เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากปัจจัยใดเป็นส่วนใหญ่
เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากปัจจัยใดเป็นส่วนใหญ่
- ครูศึกษาข้อมูลการชอบเรียนของนักเรียนในรายวิชาอื่น ๆ
เพื่อนำเหตุผลที่นักเรียนชอบมาประยุกต์ใช้กับ
วิชาคณิตศาสตร์
เพื่อนำเหตุผลที่นักเรียนชอบมาประยุกต์ใช้กับ
วิชาคณิตศาสตร์
- ครูศึกษาผลการเรียนย้อนหลังในภาพรวมของนักเรียน
ทั้งห้อง เเละนักเรียนรายบุคคลจากผลการเรียนในระดับ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ทั้งห้อง เเละนักเรียนรายบุคคลจากผลการเรียนในระดับ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
- ใช้วิธีการสอนที่เริ่มจากง่ายไป ปานกลาง เเละยาก
เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะในทุกระดับเเบบขั้นบันได
เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะในทุกระดับเเบบขั้นบันได
- ก่อนสอนทุกครั้งต้องมีการนำเข้าสู่บทเรียนเพื่อเร้า
ความสนใจ เช่น เล่านิทานคณิตศาสตร์ นิทานธรรมะ
สอนเทคนิค คิดเลขเร็ว เกมไม้ขีด เกมซูโดกุ
ท่องสูตรคูณถอยหลัง ร้องเพลง ดูคลิปวิดีโอ
เพลงคณิตศาสตร์ ฯลฯ
ความสนใจ เช่น เล่านิทานคณิตศาสตร์ นิทานธรรมะ
สอนเทคนิค คิดเลขเร็ว เกมไม้ขีด เกมซูโดกุ
ท่องสูตรคูณถอยหลัง ร้องเพลง ดูคลิปวิดีโอ
เพลงคณิตศาสตร์ ฯลฯ
- ครูใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลาย เช่น โครงงาน
เพื่อนสอนเพื่อน การทดลอง การสาธิต นักเรียนฝึก-
ปฏิบัติจริง
เพื่อนสอนเพื่อน การทดลอง การสาธิต นักเรียนฝึก-
ปฏิบัติจริง
- ครูใช้เเบบฝึกทักษะเเละเเบบทดสอบที่หลากหลาย
เช่น อัตนัย ปรนัย ถามตอบ ทำเเบบทดสอบออนไลน์
ใช้เเบบฝึกหัดที่หลากหลาย เน้นความรู้เเต่เเฝงความ
สนุกสนาน ใช้การฝึกปฏิบัติซ้ำมีความจำเป็น
เช่น อัตนัย ปรนัย ถามตอบ ทำเเบบทดสอบออนไลน์
ใช้เเบบฝึกหัดที่หลากหลาย เน้นความรู้เเต่เเฝงความ
สนุกสนาน ใช้การฝึกปฏิบัติซ้ำมีความจำเป็น
สำหรับการสอนนักเรียนที่มีพัฒนาการทางกาเรียนช้า
ทำเเบบทดสอบที่เเตกต่างกันหลากหลายระดับ
- ครูฝึกให้นักเรียนมีวินัยในการส่งการบ้านโดยให้ผู้ปกครอง
มีส่วนร่วมในการดูเเลลูกคือหลังจากทำการบ้านเสร็จ
เเล้วให้ผู้ปกครองลงลายมือชื่อทุกครั้ง เเละนักเรียนจะ
ได้คะเเนนเพิ่มหากมีลายมือชื่อจากผู้ปกครอง
มีส่วนร่วมในการดูเเลลูกคือหลังจากทำการบ้านเสร็จ
เเล้วให้ผู้ปกครองลงลายมือชื่อทุกครั้ง เเละนักเรียนจะ
ได้คะเเนนเพิ่มหากมีลายมือชื่อจากผู้ปกครอง
- ครูใช้จิตวิทยาในการสอนให้มากขึ้น ไม่ดุด่านักเรียน
ในห้องเรียน ใช้วิธีการเบี่ยงเบนความสนใจ
เรียกชื่อนักเรียนที่กำลังคุยเพื่อซักถาม หรือ
ในห้องเรียน ใช้วิธีการเบี่ยงเบนความสนใจ
เรียกชื่อนักเรียนที่กำลังคุยเพื่อซักถาม หรือ
ให้นักเรียนออกมาเเสดง วิธีคิดหน้ากระดาน
ซึ่งครูควรให้ความสนใจกับนักเรียนทุกคคนเท่าเทียมกัน
ซึ่งครูควรให้ความสนใจกับนักเรียนทุกคคนเท่าเทียมกัน
- ครูควรวางตัวให้เหมาะสม ไม่ดุด่านักเรียนจนเกินไป
ดูเเลนักเรียนให้อยู่ในขอบเขต เปิดโอกาสให้นักเรียน
ซักถามข้อสงสัยได้ตลอดเวลา
ดูเเลนักเรียนให้อยู่ในขอบเขต เปิดโอกาสให้นักเรียน
ซักถามข้อสงสัยได้ตลอดเวลา
- ครูควรคำนึงถึงความเเตกต่างระหว่างบุคคล
ไม่ควรคาดหวังกับนักเรียนที่มี ผลการเรียนต่ำ
เทียบเท่ากับนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับดี
เเต่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันได้อย่างมีความสุข
ไม่ควรคาดหวังกับนักเรียนที่มี ผลการเรียนต่ำ
เทียบเท่ากับนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับดี
เเต่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันได้อย่างมีความสุข
10. สรุปผลการดำเนินงาน
นักเรียนมากว่า ร้อยละ 90 ชอบเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้น
กล้าที่จะซักถามปัญหา กล้าเเสดงความคิดเห็น ตอบคำถาม
ในชั้นเรียนเเละนอกห้องเรียนมากขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียนที่ดีขึ้น มีพัฒนาการที่ดีตามศักยภาพของเเต่ละบุคคล
กล้าที่จะซักถามปัญหา กล้าเเสดงความคิดเห็น ตอบคำถาม
ในชั้นเรียนเเละนอกห้องเรียนมากขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียนที่ดีขึ้น มีพัฒนาการที่ดีตามศักยภาพของเเต่ละบุคคล
เเละมีระเบียบวินัยในการส่ง การบ้านมากขึ้น
11. อภิปรายผล
การเรียนการสอนคณิตศาสตร์สิ่งที่สำคัญคือเจตคติ
การชอบในสิ่งที่ทำ หากนักเรียนเริ่มต้นทำในสิ่งที่ชอบ
เเล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นเรื่องง่าย ดังนั้นการใช้กลวิธีต่าง ๆ
ที่ทำให้ผู้เรียนสนุกกับการเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญเเละสิ่งที่
ตามมาคือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์
การชอบในสิ่งที่ทำ หากนักเรียนเริ่มต้นทำในสิ่งที่ชอบ
เเล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นเรื่องง่าย ดังนั้นการใช้กลวิธีต่าง ๆ
ที่ทำให้ผู้เรียนสนุกกับการเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญเเละสิ่งที่
ตามมาคือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์
ทุกสิ่งทุกอย่างจะพัฒนาในทางที่ดีขึ้นตามลำดับ
12. ข้อเสนอเเนะ
- ผู้วิจัยควรจะนำเสนอการพัฒนาผู้เรียนจากปัญหา
เเต่ละด้านควบคู่กันไป เเต่ศึกษาเเต่ละประเด็นให้ลึกซึ้ง
เเต่ละด้านควบคู่กันไป เเต่ศึกษาเเต่ละประเด็นให้ลึกซึ้ง
- การใช้เเบบวัดเจตคติต้องเป็นเเบบวัดที่ครอบคลุมในทุก ๆด้าน
วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


